lovelysom's Site


“How To Eat Fried Worms : วัยเฮี้ยวป่วนเมนูพิสดาร
บอกตามตรงนะคะ ตอนแรกที่เห็นชื่อหนังเรื่องนี้ นึกถึง รถด่วน ขึ้นมาทันที แต่เอ๊ะฝรั่งเขามี รถด่วน แบบเราด้วยเหรอคะ ต้องรีบไปดูหนังเรื่องนี้ซะแล้ว

เรื่องก็มีอยู่ว่าครอบครัว Forrester ต้องย้ายที่อยู่ใหม่ ซึ่งก็หมายความว่าทุกคนในบ้าน ทั้งพ่อ แม่ ลูกๆ ต้องย้ายที่อยู่ ย้ายที่ทำงาน และย้ายโรงเรียน Billy Forrester คือลูกชายคนโตของบ้าน เรียนอยู่ชั้นประถม  (เขามีน้องชายอยู่ชั้นอนุบาล) จากเดิมที่เคยอยู่โรงเรียนเดิมอย่างมีความสุข มีเพื่อนดีๆ แต่เมื่อเขามาอยู่โรงเรียนใหม่ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น Billy รู้สึกไม่ดีที่ต้องมาอยู่ที่ใหม่ ไม่อยากไปโรงเรียนใหม่ ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร จะสร้างมิตรภาพใหม่อย่างไร เขาก็มักจะถูกเพื่อนใหม่มองเป็น ไอ้หน้าใหม่ ของโรงเรียน และก็มักจะถูกกลั่นแกล้งจาก Joe หัวโจกของโรงเรียน ซึ่งแกล้ง Billy โดยการเอาหนอน (ตัวใหญ่กว่าไส้เดือนบ้านเราอีกกรึ๋ยยยย) ใส่กล่องอาหารกลางวันของ Billy แต่ความอดทนมีขีดจำกัด Billy ได้เอาหนอนปาใส่หน้า Joe และยังเยาะเย้ย Joe ในทำนองที่เขาไม่กลัวหนอนพวกนี้หรอก และก็กินมันเป็นประจำด้วย (ทั้งๆ ที่ Billy เห็นหนอนแล้วแทบจะอาเจียนออกมาทุกที) Joe จึงท้าดวล Billy ให้กินหนอนให้ได้ 10 ตัว ถ้ากินไม่ได้ต้องเอาหนอนใส่กางเกงแล้วเดินรอบโรงเรียน. จากเหตุการณ์ท้าดวลดังกล่าว ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสัมพันธภาพของกลุ่มเด็กๆ ที่เคยเกรงกลัวหัวโจกอย่าง Joe ในขณะเดียวกัน Billy ก็สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ โดยใช้ความจริงใจและความมีน้ำใจกับทุกคน จนสามารถก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งที่มีอยู่ทั้งหมดได้ เด็กๆ ทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และบรรยากาศในโรงเรียนก็สนุกสนานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ในระหว่างที่ Billy ต้องปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนและเพื่อนใหม่ ผู้ใหญ่อย่างพ่อและแม่ของ Billy ก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เจอเพื่อนร่วมงานใหม่ ที่ดูจะหยิ่งยโส โอ้อวด และก็เจอเหตุการณ์ท้าดวลเช่นกัน แต่การท้าของผู้ใหญ่จะต่างกับเด็กตรงที่เป็นการชวนไปเล่นเทนนิส ซึ่งเพื่อนร่วมงานอวดตัวว่าเก่ง ทำให้พ่อกับแม่ของ Billy ยอมแพ้ไม่ได้ ก็รับปากว่าจะไปเล่นด้วย ก่อนถึงวันนัด พ่อกับแม่ของ Billy ก็กระวนกระวายใจ กลัวเสียหน้าเพราะทั้งคู่ก็เล่นไม่ดี (ก็ไม่ต่างอะไรกับ Billy ที่ต้องไปกินหนอนตามคำท้า) จนเมื่อถึงวันนัด พ่อกับแม่ของ Billy ก็พบว่า เพื่อนร่วมงานของตนนั้น ก็ไม่ได้มีฝีมือต่างไปจากตัวเองเลย ก็เลยทำให้ทั้งสองฝ่าย สามารถเล่นเทนนิสอย่างสนุกสนาน และจากเดิมที่เคยหมั่นไส้กันก็มีความรู้สึกที่ดีต่อกันแทนค่ะ

 

เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ ก็พบว่า จริงๆ แล้วปัญหาของเด็กกับผู้ใหญ่ในเรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องเดียวกันคือ การปรับตัว แต่สถานการณ์ของเด็ก และผู้ใหญ่ นั้นแตกต่างกัน ผู้ใหญ่อาจมองเด็กว่าเด็กทำอะไรไร้สาระ (การกินหนอนที่เด็กๆ ต้องแอบทำไม่ให้ผู้ใหญ่รู้) ส่วนเด็กเองก็มองว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่เข้าใจการกระทำของเด็ก แต่อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งหลาย มองเรื่องของเด็กๆ ว่าประเด็นคืออะไร จะทำให้เราเข้าใจเด็กๆ ชัดเจนมากขึ้นค่ะ ตัวอย่างเช่น การที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียน ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ผู้ใหญ่ไม่อยากไปทำงาน เพราะต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างที่ทำให้ไม่อยากไป การมองว่าการมีปัญหาที่โรงเรียนของเด็กเป็นปัญหาเล็กน้อยกว่าปัญหาที่ทำงานของผู้ใหญ่ ก็ดูจะเป็นการมองข้ามปัญหาของเด็กๆ ไปนะคะ ลองฟังและเข้าใจเขาสักนิด เราจะพบว่าเมื่อตอนเป็นเด็ก เราก็เคยมีปัญหาแบบนี้ และตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าเป็นปัญหาใหญ่โต ปัญหาของทุกคนก็ใหญ่ตามอายุนั่นแหละคะ คงไม่ยากเกินไปนะคะ ที่จะรับฟังปัญหาของเด็กอย่างมีเมตตา ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยด้วยนะคะ ท้ายนี้ก็คงจะบอกว่า การปรับตัวกับอะไรใหม่ๆ ก็คงยากพอๆ กับการลองกิน รถด่วน ครั้งแรกนั่นแหละค่ะ พอกินได้แล้ว อะไรๆ ก็ง่าย แถมเล่าประสบการณ์ให้คนอื่นฟังได้ด้วย


Blog EntryLa March de L'empereureMar 9, '07 8:24 AM
for everyone

เขียนแนะนำหนังเรื่อง "La march de L'empereur" ลงในจดหมายข่าย "ประชาครูผู้วิจัย สกว." ก็เลยเอามา post ให้อ่านกันเล่นๆ จ้ะ

อ้อ..แต่เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นครู ก็เลยต้องหาหนังที่มีสาระ ให้ความรู้กับทั้งครู และนักเรียน (เพราะครูก็คงไปหาให้นักกเรียนดู)

อ่านแล้วอย่าขำกับนามแฝงที่ใช้นะ

 


ไปตะรุเตามา ตั้งแต่เดือนธันวาแล้วแหละ เนื้อหาเยอะค่ะ เลยแนบไป file อลงเปิดอ่านดูนะคะ เผื่อสนใจอยากไปเที่ยวกันบ้างค่ะ

 

Attachment: เรื่องเล่าตะรุเตา.pdf

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design - Copyright © 2005 sonnenvogel.com All rights reserved.